รีวิวริเวอร์ ซาฟารี - River Safari
พาเที่ยว River Safari สวนสัตว์แบบ River-Themed และอควาเรียมที่เพิ่งเปิดแบบสมบูรณ์มาได้ซักพักใหญ่ๆ ในสิงคโปร์ ตั้งอยู่ติดกับ Singapore Zoo และ Night Safari บนพื้นที่กว่า 30 เอเคอร์ มีสัตว์รวมกันกว่า 5,000 ชนิด จาก 300 สายพันธุ์
![]() |
รีวิวริเวอร์ซาฟารี - River Safari |
ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองสิงคโปร์ประมาณ 45 นาที (วิธีเดินทางมายัง River Safari) |
เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น.ทุกวัน (เวลาจำหน่ายตั๋ว 9.30 - 18.30 น.) |
ค่าบัตรเข้าชม ถ้าซื้อแบบหลายพาร์ครวมกันจะได้ราคาถูกลงไปอีก อันนี้แล้วแต่สะดวก |
![]() |
แผนที่ River Safari (แจกมาพร้อมตั๋วหรือดาวน์โหลดได้ ที่นี่) |
พร้อมแล้วก็ตะลุยกันเข้าไปเลย หยอดตั๋วผ่านประตูที่ด้านหน้า การมาเที่ยวที่นี่อย่างน้อยต้องมี 2 ชั่วโมง |
River Safari ไฮไลท์ของที่นี อย่างที่บอกคือสวนสัตว์ที่รวมเอาสัตว์ตามลุ่มแม่น้ำจากทั่วทุกมุมโลกมาแสดง เริ่มจาก Mississippi River |
โซนนี้ เป็นตู้ปลาแบบ Open-Air รวมปลาในเขตแม่น้ำ Mississippi จากสหรัฐอเมริกา |
ปลาตัวนี้ มีชื่อว่า Aligator Gar เมื่อโตเต็มที่จะยาวกว่า 3 เมตร หนัก 100 กิโลกรัม มีปากยาวคล้ายปากจระเข้า ส่วนฟันด้านในคมมากเหมือนใบมีดโกน เนื้อของมันสามารถนำมารับประทานได้ แต่ไข่มีพิษ |
ตัวต่อไปคือ ปลา Mississippi Paddlefish ปลาชนิดนี้ สามารถส่งสัญญาณไฟฟ้าออกไปเพื่อช่วยหาเหยื่อได้ ไข่ของมันถูกนำมาขายในชื่อที่เรารู้จักกันดีว่า ไข่ปลาคาร์เวียร์ |
มีหลายตู้ทีเดียวสำหรับแม่น้ำนี้ |
ต่อมาเข้าสู่โซน River Nile แม่น้ำที่ได้ชื่อว่ายาวที่สุดในโลก คือ มีความยาวถึง 6,650 km ปลาตัวแรกที่มาเห็นคือ ปลา Giraffee Fish ดูไปดูมาก็หน้าตาเหมือนยีราฟแฮะ |
ปลาชนิดต่อมาเป็นปลาที่พวกถ่ายทำสารคดีชีวิตสัตว์ชอบจับกัน มันคือปลาเสือ (Tiger Fish) |
นิสัยดุร้าย ลักษณะเด่นคือฟันและเขี้ยวจะยื่นออกมานอกปาก คมมาก ล่าปลาตัวที่เล็กกว่าเป็นอาหาร |
โซนต่อมาเป็นแม่น้ำคงคาหรือ Ganges River แม่น้ำนี้ เป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินเดีย เวลามีคนตายจะนำศพมาลอยแม่น้ำ |
รู้มั้ยว่า ในแม่น้ำมีจระเข้อยู่ด้วย |
จระเข้สายพันธุ์นี้ มีชื่อว่า Indian Gharial ลักษณธเด่นของมันคือ ปากเรียวแหลม ด้านบนปลายปากมีก้อนเนื้อลักษณะเหมือนก้อนอึวางอยู่ 555 |
นางสองตัวนี้ ชอบโชว์ทีเดียว ว่ายมาให้ถ่ายรูปติดกระจกตลอดๆ ใกล้ชิดมากๆ |
ส่วนสัตว์อีกชนิดหนึ่งในแม่น้ำคงคา คือ ปลา Goonch Catfish ค่อนข้างขึ้อายทีเดียว ปลาชนิดนี้ ตัวใหญ่สุดที่เคยจับได้ ยาวถึง 1.8 m หนัก 70 kg |
เริ่มใกล้ถึงโซนแม่น้ำแถวๆบ้านเรากันบ้านกับ แม่น้ำโขง |
ตรงนี้เป็นตู้ปลาขนาดใหญ่ทีเดียว เลี้ยงปลาหลากสายพันธุ์จากแม่น้ำโขง น้ำสีฟ้าใสมากๆ |
แม่น้ำโขง เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดเป็นอันดับที่ 7 ในเอเชีย เป็นแหล่งอาหารสำหรับผู้คนในแถบนี้ ปีๆ นึงมีปลาถูกจับเป็นอาหารถึง 2.5 ล้านตัน |
ไปดูกันว่า ตู้นี้มีปลาอะไรบ้าง ชนิดแรกกับ Mekong Giant Catfish ปลาชนิดนี้ ไม่มีฟัน กินพืชเป็นอาหาร |
ตัวต่อไป คือ Giant Siamese Carp ปลาประจำชาติของกัมพูชา ที่นครวัดก็มีรูปสลักของปลาชนิดนี้อยู่ |
ต่อมาเป็นปลากระเบนน้ำจิดยักษ์ (Giant Freshwater Stingray) เพิ่งค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์เมื่อ 20 กว่าปีก่อนนี่เอง ปลาชนิดนี้ สามารถส่งคลื่นไฟฟ้าในการล่าเหยื่อได้ |
ขึ้นไปทางเหนือที่แม่น้ำของแยงซีของจีนแผ่นดินใหญ่บ้าง |
แม่น้ำนี้ ก็มีจระเข้กับเค้าเหมือนกัน สายพันธุ์ Yangtze Aligator เมื่อโตเต็มที่จะยาว 2 เมตร หนัก 40 kg |
ต่อไปเป็นปลาสเตอเจี้ยน (Sturgeon) ปลาเก่าแก่สมัยยุคไดโนเสาร์ ความโดดเด่นของมันคือ มีกระดูกโผล่ออกมาตามแนวลำตัวเป็นแถวยาว ปลาชนิดนี้ อายุยืนมากเป็นร้อยปีทีเดียว |
จบจากภาคชีวิตสัตว์ริมแม่น้ำ เราจะเข้าสู่โซน Giant Panda Forest เป็นโซนสัตว์เขตหนาว พื้นที่ในนี้เป็นห้องแอร์ขนาดใหญ่ |
เข้ามาก็เจอกับนกสีแดงสดตัวนี้กันก่อน มันมีชื่อว่า นก Golden Pheasant ตัวผู้จะมีสีสดกว่าตัวเมีย |
ต่อมาเป็นแพนด้าแดง (Red Panda) น่ารักและฉลาดมากๆ มีอยู่ 2 ตัวด้วยกัน |
เข้ามาตอนทีเค้าให้อาหารพอดี เป็นพวกผลไม้ แอปเปิ้ล แพนด้าแดงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า จิ้งจอกไฟ (Fire Fox) เพราะว่าหน้าตาออกไปทางแรคคูนมากกว่าทางหมีแพนด้าซะอีก |
จากนั้นก็ถึงพระเอกของเรา ในนี้มี Giant Panda 2 ตัวด้วยกัน ตัวแรกเป็นหมีแพนด้าเพศผู้ ชื่อว่า Kai Kai เกิดเมื่อปี 2007 ในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน |
นิสัยของหมอนี่ คือ กินเสร็จแล้วตัองนอน เข้ามาก็หลับสับประหงกเอาหน้าพิงต้นไม้อยู่ |
ยืนรออยู่สิบนาที ก็ตื่น ออกมาให้ถ่ายรูปกันแป๊บนึง |
แล้วก็ปีนขึ้นไปนอนบนต้นไม้ต่อ สุดยอดเลยพ่อคุณ |
จบจากโซนนี้ ก็มีร้านขายของที่ระลึกดักรออยู่ (ซื้อตรงทางออกก็ได้จ้า มีร้านใหญ่อยู่) |
เดินจนเมื่อยก็มาแวะหาอะไรหม่ำกันหน่อยที่ร้าน Mama Panda Kitchen |
ขายตั้งแต่ติ่มซำ อาหารจานหลัก ข้าว บะหมี่ ขนมหวาน |
จัดชุดเล็กน่ารักที่ทุกโต๊ะสั่งกันกับ ซาลาเปาและคาปูชิโน่หมีแพนด้ามารองท้องกันหน่อย |
ซาลาเปาลูกใหญ่ทีเดียว มีสองไส้คือ ไส้ถั่วแดงและช็อคโกแลต |
จากร้านอาหาร เดินข้ามสะพานยาวๆ ไปล่องเรือกันต่อ เริ่มจาก Amazon River Quest |
เป็นการล่องเรือแนวล่องแก่งแบบตื่นแต้นเล็กๆ เพื่อชมสัตว์ที่อาศัยตามลุ่มแม่น้ำอเมซอนโดยแม่น้ำนี้ สมัยก่อนที่ชาวยุโรปออกล่าอาณานิคม เครื่องเทศและทองคำ ก็ได้ออกสำรวจแม่น้ำแห่งนี้เช่นกัน |
ทำแนวคล้ายๆ สวนสนุก แต่ไม่หวาดเสียวเท่า ไม่เปียกจ้า |
เวลาที่ใช้ล่องประมาณ 10 นาที ระหว่างล่องเรือไปต้องจับตาดูให้ดี บางทีจะผ่านไปเร็วมากมองไม่ทัน |
สัตว์ชนิดแรกที่โผล่ออกมานี้ เรียกว่า ลิงแมงมุม (Spider Monkey) ลิงตัวเล็กสีดำ ที่เวลาเคลื่อนไหวแล้วมีลักษณะคล้ายแมงมุม |
สัตว์ชนิดต่อไปคือ Guanaco ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยวลูกด้วยนม อาศัยในแถบประเทศ เปรู โบลิเวียและเอกวาดอร์ |
มุดเข้าถ้ำแพร้บ เพื่อชมเสือจากัวร์ |
อันนี้ต้องกั้นกระจกนะแจ๊ะ ไม่งั้นโดนกิน มีอยู่สองตัว นอนสลบไสลอยู่เพราะออกหากินตอนกลางคืน |
ออกจากถ้ำมาเจอกับเจ้าฝูง Capybara หรือหนูน้ำคาพิบารา สัตว์ตระกูลหนูที่ใหญ่ที่สุดในโลก โตเต็มที่สูงประมาณ 2.5 ฟุต หนัก 50 kg พบได้ตามบริเวณเทือกแอนดีส ปานามาและอาร์เจนติน่า |
ต่อมาเป็นฝูงนกสีสันสดใส Caribbean Flamingo นกฟรามิงโก้สายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด พบมาที่หมู่เกาะคาริบเบียน อเมริกาใต้และหมู่เกาะกาบาปาก้อส |
ต่อมาเป็นนกตัวเล็ก มาไวเคลมไว กับ Scarlet Ibis หรือนกช้อนหอย สีสันแสบตามาก ชอบหากินตามป่าชายเลน ลุ่มแม่น้ำอเมซอน |
ด้านขวาเป็น Green Iguana นิ่งมากๆ แต่ไกลไปหน่อย |
จบแล้วมาต่อกันอีกหนึ่งการล่องเรือกันที่ River Safari Cruise |
ขึ้นเรือโดยสารลำใหญ่ทีเดียว ออกทุกๆ 15 นาที |
มีกัปตันและไกด์อธิบายตลอดทาง ใช้เวลาล่องประมาณ 15 นาที แนะนำนั่งด้านหลังเรือ |
ล่องไปตามอ่างเก็บน้ำด้านหลังสวนสัตว์ |
เรือจะไม่แวะจอดให้ลง แต่จะจอดเทียบให้ดูสัตว์ใกล้ๆ แป้บนึง จุดแรกเป็นยีราฟ |
แล้วก็วนไปอีกฝั่งนึง |
เป็นช้างเอเชีย (รู้สึกไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่กับล่องเรืออันนี้เมื่อเทียบกับ Amazon River Cruise) |
จบจากล่องเรือ ก็มาลุยกันต่อ ก่อนทีจะถึงด่านสุดท้าย แวะชม Squirrel Monkey Forest กัน |
อันนี้จะให้เราเดินเข้าไปชมลิงกระรอกที่อยู่รวมกันเป็นฝูงในกรงขนาดใหญ่ มีข้อห้ามต่างๆ คือ ห้ามจับและห้ามให้อาหาร |
เมื่อเดินเข้าไป มันจะยังไม่คุ้นชิน เลยมองคนจากด้านบนต้นไม้สูงอยู่ |
เริ่มจะชะโงกหน้ามาแล้ว Squirrel monkey นั้น โตเต็มที่ตัวจะยาวแค 1 ฟุต ปากสีดำ พบในทวีปอเมริกาใต้ กินผลไม้ ดอกไม้บางชนิด ลูกนก จิ้งจกและไข่กบเป็นอาหาร |
พอเริ่มชินกับคนก็จะกระโดลงมาที่ราว |
ให้มาถ่ายรูปได้ใกล้ๆ ทีเดียว ตรงนี้ถือว่าทำได้ดีมาก |
แล้วก็มาถึงโซนท้ายสุดของ River Safari กับ Amazon Flood Forest |
ว่าด้วยเรื่องของชีวิตสัตว์ในแถบลุ่มแม่น้ำอเมซอนเวลาน้ำขึ้นและลง |
เดินเข้าไปยังอุโมงค์ที่เรจะสามารถเห็นสัตว์ว่ายน้ำอยู่ด้านบนได้ |
ด้านในเป็นอควาเรียม มีตู้ปลาหลายแบบให้ชม ตัวนี้ คือปลา Black Knife Ghost Fish หรือปลาผีมีดดำ ลักษณะเหมือนใบมีดที่ว่ายน้ำได้ ปลาชนิดนี้ สามารถส่งสัญญาณไฟฟ้าในการช่วยน้ำทางในที่มืดและระบุตำแหน่งเหยื่อ |
ต่อมาเป็นเต่า Mata Mata เต่าน้ำจืดแถบอเมริกาใต้ ชาวบ้านถือเป็นสัตว์น่าเกลียด |
ปลาไหลไฟฟ้า เวลาปล่อยกระแสไฟฟ้าครั้งนึงมากถึง 600 Volt ซึ่งสามารถช็อตเด็กให้ตายได้เลยทีเดียว |
ต่อมาเป็นเพชรฆาตแห่งลุ่มแม่น้ำอเมซอนกับปลาปิรันย่าแดง (Red-Bellied Piranha) ออกล่าอาหารเป็นฝูง โจมตีแบบไม่เหลือซาก อันตรายมากๆ |
เดินเข้ามาด้านในสุดจะเจอแท้งค์ใหญ่ |
ตู้ปลาน้ำจืดขนาดยักษ์ |
9 |
มีปลาหลากหลายสายพันธุ์จากลุ่มแม่น้ำอเมซอนรวมทั้งตัวพยูน (Manatee) ด้วย ต้องสังเกตดีๆ เพราะดูกลมกลืนกับปลามาก |
ปอดของพยูน ใหญ่มากขนาด 2 ใน 3 ของลำตัว มันจึงสามารถอยู่ใต้น้ำได้นาน กินพืชน้ำเป็นอาหาร ตัวใหญ่สุดหนักถึง 1.2 ตัน กินอาหารวันละ 100 kg |
ดูตู้ใหญ่จบก็วนขึ้นมาชั้นบน |
แวะทักทายกับนากสองตัวนี้กัน |
ปิดทริป River Safari กันด้วยการช้อปของที่ระลึก มีมากมายหลายแบบ |
อันนี้ดูโดดเด่นดีกับ ไอเทมเรืองแสง |
ทำออกมาได้สวยมาก ราคาก็เอาเรื่องอยู่ อิอิ |
สารพัดตุ๊กตา |
แมกเน็ตสวยๆ เพียบ สรุปแล้ว River Safari น่าไปมากๆ แนะนำเลยสำหรบเพื่อนๆ ที่มาเที่ยวสิงคโปร์ ไม่ผิดหวังจ้า |