5.9.60

พิพิธภัณฑ์เรด ดอท ดีไซน์ - Red Dot Design Museum



พิพิธภัณฑ์เรด ดอท ดีไซน์ 
Red Dot Design Museum

พาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สำหรับคนที่ชอบงานดีไซน์ ที่ Red Dot Design Museum อาคารพิพิธภัณฑ์ที่ตัวอาคารนั้นโดดเด่นด้วยสีแดงทั้งตึก ด้านในเต็มไปด้วยผลงานการออกแบบนวัตกรรมสุดล้ำสมัยและมีประโยชน์ในการดำรงชีวิตของเรา และได้รับรางวัลการออกแบบระดับโลก 

เวลาเปิดทำการ : จันทร์ -อังคาร - ศุกร์ 11.00 - 18.00 น. / เสาร์ อาทิตย์ 11.00 - 20.00 น.
ปิด : วันพุธ พฤหัส
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 8 SGD / เด็กต่ำกว่า 12 ปี 6 SGD / นักเรียน 3 SGD / ผู้สูงอายุ 4 SGD

การเดินทาง : รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT Chinatown exit A เดิน 5 นาที ตั้งอยู่ริมถนน Maxwell ถนนเดียวกับ ร้านข้าวมันไก่เทียน เทียน ใน Maxwell Food Center ย่าน Chinatown


พิพิธภัณฑ์เรด ดอท ดีไซน์ - Red Dot Design Museum

วิธีเดินทาง นอกจากมาทาง Chinatown เดินผ่าน Maxwell Food Center แล้ว ยังสามารถมาได้ด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีเขียว สถานี Tanjong Pagar แล้วเดินเลี้ยวตามลูกศรเลย
จาก Maxwell Food Center เดินเลี้ยวซ้ายตรงหัวมุมแล้วตรงไปเรื่อยๆ
จะเห็นอาคารสีแดงหลังใหญ่อยู่ฝั่งขวามือ ให้เดินข้ามถนนไปเข้าประตูตรงกลางตึก
จากนั้นเดินเข้าทางประตูร้านขายของที่ระลึก ซึ่งจำหน่ายสินค้าที่ได้รับรางวัล Red Dot Design และหาซื้อได้ยากตามตลาดข้างนอก
ซื้อตั๋วกันก่อน ผู้ใหญ่ 8 SGD , เด็ก (ไม่เกิน 12 ปี) และผู้สูงอายุ 4 SGD
เปิดทำการวันจันทร์-อังคาร-ศุกร์ 11.00 - 18.00 น. เสาร์ - อาทิตย์ 11.00 - 20.00 น. (ปิดวันพุธและพฤหัส)
เริ่มต้นจากห้องแรกกันก่อน ห้องนี้เป็นห้องรวมผลงานนวัตกรรมทั้งหมดที่ได้รับรางวัล Red Dot Design Awards และได้รับการตีพิมพ์ลงในแคตตาล็อกประจำแต่ละปี ของชิ้นไหน ออกแบบโดยใคร ปีไหนบ้าง สามารถค้นคว้าได้ที่นี่
ผลงานโดดเด่นสะดุดตาอันต่อไป เป็นห้องที่รวบรวมผลิตภัณฑ์จากใส่อาหาร ที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่า Tupper Ware มีหลากหลายดีไซน์ เยอะแยะละลานตามาก
Mercedes Benz SLK ตัวใหม่นี้ ก็ได้รับรางวัล Red Dot Design Awards กับเค้าด้วย เจ๋งอ่ะ!!
ส่วนรถยนต์ทางฟากเอเชียที่ได้รับเป็นรถยนต์ของชาวกิมจิ ยี่ห้อ KIA หลากหลายรุ่นเลยที่ได้รางวัลไป
อีกหนึ่ง Product ที่คว้ารางวัลไป เป็นหมวดหมู่นาฬิกาข้อมือ หลากหลายแบรนด์ดัง ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเนี่ย
แหวนจิ๊กซอร์ ถอดประกอบได้ เจ๋งอ่ะ!!
โคมไฟตัวหนอน ถอดประกอบ วางท่ายังไงก็ได้ตามใจเรา
ส่วนอันนี้ อย่าเพิ่งงงว่าทำไมปลูกกลับหัว เค้าจงใจปลูกโดยด้านในมีดินแต่มีแผ่นจานกั้นไว้ไม้ให้ดินร่วง และรดน้ำโดยการหล่อน้ำเลี้ยงช้าๆ (เน้นว่าช้ามาก) ตลอดเวลา เพื่อจุดประสงค์ไม่ให้ดินอุ้มน้ำไว้จำนวนมากเกินไปจากการปลูกแบบรดน้ำธรรมดา
ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันอื่นๆ ที่ไม่เคยเห็นมีขายตามท้องตลาดทั่วไป ก็สามารถชมได้ที่นี่
เก้าอี้ก็ดูน่านั่งมาก ดีไซน์เพื่อความสบายจริงๆ
ส่วนห้องโถงกลางด้านใน เป็นการออกแบบพวกบรรจุภัณฑ์ Package ต่างๆ ใครสนใจแนะนำมาที่นี่เลย มีให้ชมเป็นร้อยๆ พันๆ แบบ เผื่อจะได้ไอเดียเอาไปใช้กัน
ปิดท้ายด้วยกำแพงขวด ที่เค้าออกแบบให้มีรอยต่อเหมือนเลโก้ จุดประสงค์คือเมื่อใช้ขวดแล้ว สามารถนำขวดมาต่อเป็นกำแพงที่มีความแข็งแรงทนทานได้ด้วย